คลังเก็บหมวดหมู่: ผลกระทบของเศรษฐกิจ

คนชาติตัวเองถูกปฏิเสธเข้าประเทศได้หรือ

คำถามที่ถูกตั้งขึ้นมาจากนักศึกษาแพทย์ในลอนดอน ที่เป็นอาสาสมัครในการช่วยตรวจและวัดไข้ ที่หน้าสถานฑุตไทยที่เมืองลอนดอน เพื่อที่จะได้ให้คนเหล่านั้นได้ใบรับรอง Fit to Fly ในการยืนยันสิทธิ์ และขอขึ้นเครื่องบินเพื่อกลับประเทศ โดยคำสั่งนี้เกิดจากที่สำนักงานการบิน พลเรือนแห่งประเทศไทย

ได้ออกแนวทางปฏิบัติสำหรับคนไทยที่จะเดินทางกลับประเทศไทย ต้องมีเอกสารสำคัญสองฉบับ คือใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่ามีสุขภาพเหมาะสมและหนังสือรับรองการเดินทางกลับประเทศไทยที่ออกโดยสถานฑุตไทยในลอนดอนเท่านั้น ซึ่งข่าวนี้ออกมาทำให้คนไทย ที่อยู่ในลอนดอนที่มีความต้องการกลับประเทศไทย ได้มาออเข้าคิวเพื่อขอหนังสือทั้งสองฉบับนี้ที่สถานฑุต สร้างความโกลาหลและวุ่นวาย ถึงขนาดจะให้ยืนต่อคิวกันห่างกันหนึ่งเมตรต่อคนยังทำไม่ได้

โดยที่ทางสถานฑูตต้องไปหานักเรียนทุนแพทย์คนไทยที่อยู่ที่นั่นมาเป็นอาสาสมัครในการตรวจสุขภาพให้กับคนที่มาขอเอกสารนี้ เพราะด้วยกำลังคนของสถานทูตนั้นไม่เพียงพอ จนถึงกลับนักศึกษาแพทย์นั้น ต้องมีการลงข้อความโพสต์บนพื้นที่ส่วนตัวเพื่อตั้งคำถามกับรัฐบาลไทยในประเทศไทยว่า ทำไมไม่ใช้อำนาจหน้าที่ที่มีอยู่จัดการกับปัญหาอย่างบูรณาการ ผลกรรมจึงต้องอยู่กับข้าราชการ

เจ้าหน้าที่และประชาชน ซึ่งการที่มีข้อความอย่างนี้ออกมา ทางผู้สื่อข่าวจึงได้สรุปวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้เพราะว่า ประเด็นล่าสุดที่ให้คนไทยในพื้นที่เสี่ยงเดินทางกลับบ้านได้นั้นต้องมีใบรับรองนี้ เป็นการประกาศที่ค่อนข้างกระชั้นชิด ซึ่งไม่มีการวางแผนล่วงหน้า ประกอบกับการที่ต้องขอกำลังอาสาสมัครจากนักเรียนทุนนั้น เพื่อมาช่วยเป็นกำลังในการตรวจสุขภาพ ทางรัฐบาลกลับไม่จัดหาหรือเตรียมอุปกรณ์การแพทย์ให้เลย จนทำให้นักเรียนพวกนี้ต้องวิ่งไปหาอุปกรณ์การแพทย์กันเองเพื่อตรวจสุขภาพประชาชน

และคำสั่งนี้เป็นคำสั่งที่ทางสถานฑูตพยายามแก้ไขโดยที่อนุโลมด้วยการให้ประชาชนมาขอใบรับรองแพทย์ที่นี่ได้ด้วยหมอคนไทย เพราะหากไปที่โรงพยาบาลในอังกฤษ คงไม่สามารถให้ความช่วยเหลือในการออกใบรับรองแพทย์ได้ในเวลาที่สถานการณ์เป็นอย่างนี้ ซึ่งคำสั่งนี้ทางสถานทูตเองยังไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าหากมีเอกสารนี้แล้ว ทางประชาชนจะได้ขึ้นเครื่องกับประเทศไทยได้แน่นอนหรือไม่

จึงมีคำถามตามมา คนชาติตัวเองควรถูกปฏิเสธการเข้าประเทศตัวเองได้จริงๆ หรือ ซึ่งตรงนี้เป็นหลักการสำคัญที่ทางรัฐบาลจะไม่ใช้อำนาจบริหารที่มีอยู่ล้นมือทำอะไรเลยหรอ เพราะตอนนี้หน่วยงานที่นี่ต้องดำเนินงานกันเอง และก็เริ่มหมดกำลังใจกับการแก้ไขของรัฐบาลชุดนี้แล้ว เหมือนทุกอย่างแต่ละที่ต้องพึ่งพาและปกครองกันเอง

เศรษฐกิจที่เปราะบาง

ประเทศไทยกับคำว่าเจ็บปวด ถูกฝังลึกลงในหัวใจของคนไทย นับตั้งแต่สภาวะเศรษฐกิจล่มสลาย จากเหตุการณ์ต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 ซึ่งประเทศไทยได้รับผลกระทบเต็มๆ เหมือนระเบิดปรมาณู ผู้ประกอบการหลายรายต่างล้มลงในชั่วพริบตา เศรษฐกิจเมืองไทยพังครืนแบบย่อยยับ

คนไทยบางคนยอมรับชะตากรรมแบบก้มหน้าก้มตา และคนไทยบางคนก็ตัดสินชะตากรรมตัวเองด้วยการจบชีวิต จากบนเรียนครั้งนั้นประเทศไทยและคนไทยได้รับอะไรหลายๆอย่าง และใช้เวลานานอยู่หลายปี ที่เศรษฐกิจไทยฟื้นขึ้นกลับมาได้ แต่คำว่าฟื้นขึ้นนั้น ไม่ได้หมายถึงจะกลับมาดีแบบเปรี้ยงปร้าง

แต่ความหมายนั้นหมายถึงเพียงแค่ทำให้คนไทยเริ่มลืมตาอ้าปากได้เท่านั้น และจากวันนั้นถึงวันนี้บทเรียนแสนแพงกลับไม่ได้สอนอะไรกับพวกเราคนไทยเลย และไม่ได้เป็นเหตุการณ์หรือบทเรียนให้ผู้บริหารประเทศได้จำเป็นแบบอย่าง และป้องกันการที่จะทำให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นมาแบบนี้อีก และคนไทยอย่างพวกเราหลายๆ คนหรือเกือบทุกคนที่ลืมบทเรียนแสนแพงนั้นไปแล้ว

จนวันนี้ก็มาถึง วันที่เศรษฐกิจไทยกำลังจะดิ่งกลับไปสู่จุดตกต่ำ จุดที่อาจทำให้คนไทยบางคนตัดสินชะตากรรมแบบหนีบนโลกใบนี้ไป ซึ่งตลอดระยะเวลาเกือบ ห้าถึงหกปีที่ผ่านมา รัฐบาลชุดที่ผ่านมาและรัฐบาลชุดนี้ (ซึ่งความเป็นจริงมันก็คือชุดเดียวกันนั่นแหละ) ไม่สามารถผลักดันเศรษฐกิจให้โตไปกว่านี้ได้ อาจจะด้วยวุฒิภาวะความรู้ที่พวกท่านเหล่านั้นไม่ได้ศึกษามาหรือมีความสามารถในเรื่องนี้โดยตรง หากแต่พวกท่านเหล่านั้นเก่งในเรื่องของปากและกำลัง ที่ถนัดการพูดจากหรือใช้อำนาจรัฐในการปกครองประเทศและข่มขู่ผู้ใต้บังคับบัญชาและประชาชน จนทำให้เศรษฐกิจเข้าขั้น ถึงขนาดใช้คำว่า ฉิบหาย ได้ แต่ใครบ้างที่จะคิดว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัดที่เศรษฐกิจเมืองไทยก็แทบจะลุกขึ้นยืนด้วยลำแข้งตัวเองไม่ได้แล้ว

กลับต้องมาเจอภาวะผันผวน จากเศรษฐกิจโลก ที่เจอพิษไข้โควิด 19 ที่ทำให้ประชาชนทั่วโลก กำลังเผชิญชะตากรรมอยู่ในตอนนี้ มีประชาชนหลายพันคนเริ่มตายด้วยพิษไข้ตัวนี้ และปัจจุบันคนไทย ก็ได้รับอันตรายจากโลกนี้จนเริ่มมีคนเสียชีวิตแล้ว ซึ่งด้วยความสามารถของบุคลากรรัฐบาลชุดนี้ มีความตื่นตัวและเคลื่อนไหวตั้งรับกับปัญหานี้ค่อนข้างช้า จึงทำให้เศรษฐกิจไทยที่เปราะบางอยู่แล้ว

กลับเหมือนโดนหมัดน็อคที่ก่อนหน้านั้นโดนหมัดรัวๆ เข้าที่ใบหน้าจนมึนและหาทางกลับเข้ามุมไม่เจอ จนสุดท้ายหมัดน็อคเด็ดหมัดนี้ ได้ถูกต่อยเข้าที่ใบหน้าประเทศไทยอย่างจัง จนเวลานี้ เศรษฐกิจไทยที่เปราะบางอยู่แล้ว ได้ล้มลงไปกองบนพื้นอย่างไม่เป็นท่า

 

 

ขอบคุณผู้ที่ให้การสนับสนุนโดย  entaplay

พิษเศรษฐกิจและไวรัสโควิด-19

พิษเศรษฐกิจและไวรัสโควิด-19 ทำโรงแรมดัง วินด์เซอร์ สวีทส์ ต้องประกาศปิดกิจการอย่างไม่มีกำหนด ทำพนักงานลอยแพหลายร้อยชีวิต

           จากกรณีที่มีข่าวลือออมาว่า  โรงแรงยักษ์ใหญ่ชื่อดังที่มีฐานที่ตั้งอยู่ที่ใจกลางของกรุงเทพมหานคร จะมีการปิดกิจการลงภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้ ขณะนี้ได้รับการยืนยันออกมาแล้วว่าเป็นความจริงซึ่งโรงแรมที่กำลังประสบกับปัญหาที่จะปิดกิจการนั้นคือ โรงแรมดัง วินด์เซอร์ สวีทส์  ซึ่งโรงแรมแห่งนี้ถือเป็นโรงแรมสำหรับกลุ่มคนไฮโซ เป็นโรงแรมหรูหราระดับ 5 ดาวขึ้นเมื่อสอบถามไปยังเข้าของกิจการก็ได้รับการยืนยันว่าข่าวลือที่ว่าเป็นความจริงโดยทางโรงแรมดัง วินด์เซอร์ สวีทส์ได้มีการส่งเอกสารแจ้งกับพนักงานทุกคนให้ทราบโดยทั่วกันแล้ว

ซึ่งทางโรงแรมดัง วินด์เซอร์ สวีทส์จะมีการปิดกิจการชั่วคราวไปก่อนโดยจะให้พนักงานมาทำงานได้ถึงวันที่ 30 เดือนเมษายน ปี พ.ศ. 2563 และหลังจากนั้นก็จะปิดกิจการแบบไม่มีกำหนด ซึ่งคาดว่าอาจจะเป็นปลายปี พ.ศ. 2563 ถึงจะมาเปิดทำการใหม่อีกครั้งหรืออาจจะต้องรอดูสถานการณ์ของเศรษฐกิจและสถานการณ์ของเชื้อไวรัส โควิด -19 ก่อนว่าดีขึ้นหรือไม่

       เพราะอย่างที่รู้รู้กันอยู่ว่าเพราะสาเหตุของการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด -19  ทำให้เศรษฐกิจการท่องเที่ยวตกต่ำมาก นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไม่มีเดินทางมาเที่ยวที่ไทย และนักท่องเที่ยวชาวไทยเองก็ไม่ยอมออกมาเที่ยวกัน เพราะต่างก็เกรงว่าจะมีการติดเชื้อไวรัส ทำให้กิจการและบริษัททุกอย่างที่เกี่ยงข้องกับการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบอย่างใหญ่หลวงอย่างที่ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้ 

ซึ่งตอนนี้ทั้งโรงแรมและรีสอร์ต ร้านค้า ร้านอาหารตามต่างจังหวัดต่างก็ได้รับผลกระทบกันเป็นวงกว้างทั้งทางด้านการขนส่ง หรือมแต่สายการบินต่างก็ทยอยลดจำนวนพนักงานลงเพื่อให้บริษัทอยู่รอดได้ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ซึ่งทางเจ้าของกิจการธุรกิจโรงแรมดัง วินด์เซอร์ สวีทส์ ได้ออกมาบอกว่าทางครอบครัวโบว์เสรีวงศ์ ได้ออกมาขอบคุณพนักงานของโรงแรมทุกคน และหากว่าโรงแรมสามารถกลับมาเปิดกิจการได้ใหม่ก็จะมีการเรียกตัวพนักงานกลับมาทำงานอีกครั้ง  ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะเป็นเมื่อไร คงต้องรอให้เรื่องนี้ผ่านพ้นไปก่อน

          จะเห็นได้ว่าแม้แต่โรงแรมขนาดใหญ่ที่มีเงินลงทุนหนา ต่างก็ทยอยปิดกิจการกันลงจนเกือบหมดแล้ว เพราะไม่ใช่แค่ปัญหาไวรัสอย่างเดียวที่ผู้คนไม่ออกมาท่องเที่ยวกันแต่ด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ เงินไม่มีในกระเป๋าประชาชนทุกคนกำลังเดือดร้อนกันไปหมดทำให้ตอนนี้ไม่ว่ากิจการขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่เงินลงทุนมากแค่ไหน ก็เจ้งกันได้ทั้งนั้น เพราะตอนนี้ประชาชนไม่มีเงินที่จะเอามาเที่ยวได้แล้ว 

 

สนับสนุนมาจาก  BK8

ถูกยกเลิกงานเกินกว่า 90 %

เศรษฐกิจกำลังป่วย วงการออร์แกไนซ์โคม่า ถูกยกเลิกงานเกินกว่า 90 % ตกต่ำมากสุดในรอบ 30 ปี

        ไม่ใช่เฉพาะธุรกิจการท่องเที่ยวเท่านั้นทีกำลังประสบกับปัญหาสถานทางการเงินสั่นคลอน ลูกค้าไม่มี นักท่องเที่ยวไม่มา แต่ตอนนี้ปัญหาของการระบาดเของเชื้อไวรัสโควิด-19 กำลังทำร้ายคนไทย และวงการธุรกิจ บริษัททั้งหลายมีการทยอยปิดกิจการลงและบางที่ก็ลดจำนวนพนักงานลง

หรือลดเงินเดือนพนักงานลง มาในตอนนี้ธุรกิจอีเวรต์ ก็ย่ำแย่ตามธุรกิจอื่นอื่นมาแบบติดติด ชนิดแทบจะวิ่งชนกัน  ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้มีการออกมาชี้แจงจากทางบริษัที่รับจัดงานอีเว้นต์วัน ในตอนนี้กำลังประสบปัญหาเดือดร้อนกันอย่างหนักมาก เพราะร้านค้าทีรับจัดงาน มีลูกค้าจองงานเรียบร้อยแล้ว แต่ในตอนนี้ต้องถูกลูกค้าปฏิเสธขอเลื่อนการจัดงานออกไปก่อน หรือบางคนก็มีการยกเลิกงานไปเลย

ซึ่งตั้งแต่มีการเกิดโรคระบาด มีลูกค้าติดต่อขอเลื่อนงานออกไปแบบไม่มีกำหนดและบางคนก็ยกเลิกงานไปเลย รวมกันแล้ว มากกว่า 90 % คิดเป็นเงินในการสูญเสียครั้งนี้รวมกันแล้วมากว่าสี่พันล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งตอนนี้มีบริษัทที่รับจัดงานอีเว้นต์ ตอนนี้ก็ทยอยปิดกิจการกันแล้วเพราะไม่มีลูกค้าและไม่มีเงินทุนมาหมุนเวียนใช้จ่าย และถ้าหากยังเป็นอย่างนี้อยู่อีกต่อไป คาดว่าจะมีการปิดกิจการเพิ่มกันอีกนับร้อยบริษัทเลยทีเดียว

    การที่บริษัทที่รับจัดงานอีเว้นต์ได้ออกมาเปิดเผยถึงปัญหาที่บริษัทที่รับจัดงานอีเว้นต์กำลังเผชิญ สาเหตุมาจากปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาเชื้อโรคโควิด -19 นั้น  มีการรวมตัวคุยกับเฉพาะเจ้าของบริษัทที่รับจัดงานอีเว้นต์ได้มาประชุมหารือกันโดยส่วนใหญ่

ว่ากันว่าตอนนี้แต่ละบริษัทกำลังมีปัญหาเหมือนกันเลยก็คือ ลูกค้ามีการขอเลื่อนการจัดงาน ด้วยเหตุผลที่ว่าแขกที่จะร่วมงาน ต่างก็กลัวการจะติดเชื้อ และหลายคนเรียกร้องให้มีการเลือนงานออกไปก่อน เพราะไม่อยากมางานเลี้ยงในช่วงที่ประเทศไทยกำลังมีปัญหาการระบาดของไวรัส

ซึ่งผลกระทบในช่วงสามเดือนแรกของปีนั้นมีมูลค่าความเสียหายรวมกันมากว่า สามพันถึงสี่พันล้านเลย  ซึ่งถ้าเหตุการณ์ยังคงไม่ดีขึ้น คาดว่าน่าจะมีบริษัทออร์แกไนซ์ มากว่าหนึ่งร้อยบริษัทที่จะต้องปิดกิจการลงอย่างแน่นอน

   ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่มีการเริ่มธุรกิจออร์แกไนซ์มา วิกฤตเศรษฐกิจในครั้งนี้ถือว่าเลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยเจอมา ซึ่งในตอนนี้หลายบริษัทกำลังแก้ไขปัญหาสถานทางการเงินของบริษัทของตัวเองให้อยู่รอดไปได้ด้วยการลดจำนวนพนักงานลงและลดเงินเดือนพนักงานลง แต่หากยังคงสู้ต่อไปไม่ไหว ก็คงจะมีหลายบริษัทปิดตัวลง

สายการบินมีปัญหาเพราะนักท่องเที่ยวลดลง

โคโรนา ทำพิษเศรษฐกิจสายการบินมีปัญหาเพราะนักท่องเที่ยวลดลง

     มีการเปิดเผยรายงานเกี่ยวกับการยกเลิกเที่ยวบินภายหลังจากที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาว่า ปัจจุบันมีการยกเลิกเที่ยวบินไปแล้ว 9,797 เที่ยวบิน ซึ่งข้อมูลนี้เป็นการรายงานมาจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย โดยมีการคำนวณยอดการยกเลิกเที่ยวบินว่า จำนวนเที่ยวบินที่ถูกยกเลิกนี้จะมีผลทำให้นักท่องเที่ยวลดจำนวนลงถึงประมาณ ห้าล้านคนเลยที่เดียว ซึ่งอาจจะต้องมีมาตรการออกมาอย่างเร่งด่วนเพื่อให้ความช่วยเหลือสายการบิน

    เมื่อวันที่ 27  เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2020  มีข่าวเข้ามาว่าทางผู้อำนวยการ กพท.  ได้ทำการคาดคะเนจำนวนผู้โดยสารของสายการบินที่มีการยกเลิกเที่ยวบินในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโคโรนา ซึ่งตั้งแต่วันที่เริ่มมีการระบาดจนมาถึงสิ้นเดือนมีนาคม พบว่ามีการขอยกเลิกการเดินทางเป็นจำนวน 9,797 เที่ยวบินแล้วซึ่งถ้าคำนวณจำนวนคนออกมายอดจำนวนคนคือ ประมาณสามล้านคนที่หายไป ซึ่งมีการคำนวณคร่าวคร่าวออกมาว่าปีนี้นักท่องเที่ยวจะหายไปอีกน่าจะประมาณ ห้าล้านคน โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นลดลงประมาณ 8.7 %

    ผลกระทบเกี่ยวกับ การลดจำนวนผู้โดยสารจากเหตุการณ์การแพร่เชื้อของไวรัสโคโรนาในครั้งนี้สายการบินที่จะได้ผลกระทบมากที่สุดคือสายการบินที่เปิดขายตั๋วในราคาประหยัด เพราะสายการบินเหล่านี้มักจะเปิดเส้นทางการบินไปประเทศที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ ซึ่งเมื่อมีการประชุมหารือกันแล้วก็จะมีมาตรการช่วยเหลือสายการบินประมาณ 5 ข้อเพื่อเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ 

    สำหรับปัญหาเศรษฐกิจในตอนนี้กำลังลุกลามไปใหญ่โตมีผลกระทบต่อกันเป็นลูกโซ่ การที่ภาครัฐออกมาช่วยเหลือทางสายการบินแบบนี้ถือว่าดีแต่ก็เป็นการลำเอียงเกินไปหรือเปล่าเพราะมีบริษัทและโรงแรม รวมถึงร้านค้ามากมายที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน แต่กลับช่วยเหลือไม่ครบทุกคน แทนที่จะช่วยสายการบินด้วยการช่วยเหลือในการลดหนี้ให้ รัฐบาลควรหาคนมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้มันดีขึ้นเร็วเร็วน่าจะดีกว่าเพราะเศรษฐกิจตกต่ำมันไม่ได้ส่งผลกับแค่บริษัทใดบริษัทหนึ่งเท่านั้นแต่มันกระทบกันทั้งประเทศ คนกี่หมื่นกี่ล้านคนทีต้องมาตกงานเพราะพิษของปัญหาเศรษฐกิจแล้วยังจะมามีปัญหาเรื่องการระบาดของเชื้อไวรัส หลายบริษัทที่ตอนนี้ล้มละลายไปถึงแม้ในอนาคตการแก้ไขปัญหาเรื่องเชื้อไวรัสโคโรน่าได้ แต่หากเศรษฐกิจยังคงตกต่ำอยู่แบบนี้ ยังไงบริษัทที่ปิดกิจการไปก็ไม่มีทางกลับมาดีขึ้นได้ ดังนั้นควรหามาตรการณ์ในการช่วยเหลือคนทั้งประเทศให้กลับมามีเงินใช้จ่ายคล่องมือเหมือนเดิมทุกคนดีกว่าที่จะช่วยใครคนใดคนหนึ่งเท่านั้น

พัทยา ประกาศปิดชั่วคราว

ปัญหาไวรัสโควิด-19และพิษเศรษฐกิจทำLegend Siam พัทยา ประกาศปิดชั่วคราว

   เป็นข่าวที่สร้างความตกใจให้กับทุกคนเป็นอย่างมากเกี่ยวกับ Legend Siam ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่เพิ่งเปิดให้บริการไม่นาน และเป็นที่เที่ยวที่แรกและที่เดียวในประเทศไทยด้วยที่มีการนำสวนสนุกมาจัดแบบท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้อยู่ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี แต่ต้องมาประกาศปิดกิจการลด เพราะพิษปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังตกต่ำอยู่ในขณะนี้ รวมถึงปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นเลย

    เลเจนด์ สยาม ที่เปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอยู่ที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสวนสนุกและมีการผสมผสานกับวัฒนธรรม ได้มีการออกเอกสารแจ้งประกาศปิดกิจการ และทั้งมีการแจ้งการเลิกงานพนักงาน โดยในเอกสารระบุให้มีผลเมื่อวันที่ 27 เดือนกุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 2020  หลังจากที่มีข่าวนี้มีการเผยแพร่ออกไปก็ทำเอาคนที่ทราบข่าวนี้รู้สึกใจหายไม่น้อยเลยทีเดียว ทั้งนี้รายงานข่าวนี้มีการเปิดเผยมาจากเฟสบุ๊กข่าวของจังหวัดชลบุรี ซึ่งในข้อความมีการอธิบายถึงปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทยที่มันไม่ดีมาตั้งแต่ปี 2019 แล้วยังจะมีปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัวอีก ทำให้ทางเลเจนด์ สยามไม่อาจจะแบกรับปัญหานี้ได้อีกต่อไป

    นอกจากผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจที่ทางเลเจนด์ได้รับผลกระทบมาตั้งแต่ปี 2019 แล้ว ตอนนี้ก็ยังมามีปัญหาเกี่ยวกับการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อีก  และปัญหาเชื้อไวรัสนี้มีเพิ่มมากขึ้นทุกวัน และยังคงมีมากขึ้นเรื่อยเรื่อยซึ่งยังไม่มีทีท่าว่าจะแก้ไขได้ และปัญหาเชื้อไวรัสนี้ไม่ได้มีผลกระทบกับประเทศไทยอย่างเดียวเท่านั้นกับต่างประเทศหรือจะให้เรียกว่าทั่วโลกต่างก็กำลังพบปัญหาการแพร่เชื้อของไวรัสอยู่

จึงทำให้ตอนนี้ประเทศไทยได้รับผลกระทบไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยว และที่เคยจองคิวไว้ก็ยกเลิก จึงเป็นสาเหตุให้ตอนนี้ทางบริษัทจำเป็นต้องปิดกิจการลงเพราะว่าบริษัทพบปัญหาการขาดทุนมาเรื่อยเรื่อยทุกเดือน ดังนั้นทางผู้บริหารจึงได้มีการประชุมและมีการตัดสินใจร่วมกันว่าตอนนี้บริษัทต้องปิดกิจการไปก่อน และมีความจำเป็นที่จะต้องเลิกจ้างพนักงานทุกคน ซึ่งการเลิกจ้างจะมีผลวันที่ 3 มีนาคม ปี ค.ศ. 2020

   โดยทางบริษัทยังได้บอกอีกว่าสำหรับการเลิกจ้างพนักงานนั้นจะมีการจ่ายเงินเดือนและเงินชดเชยให้กับพนักงานตามปกติที่กฎหมายมีการกำหนดเอาไว้ ซึ่งทางแผนกบุคคลจะเป็นคนประสานงานกับพนักงานในการจ่ายเงินชดเชยในครั้งนี้ และบริษัท

เลเจนด์  สยาม ยังได้มีการประกาศกับพนักงานอีกว่าหากมีการแก้ปัญหาวิกฤตเชื้อไวรัสได้และเศรษฐกิจดีขึ้นอาจจะมีการกลับมาเปิดบริการอีกครั้ง